วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

งานปล่อยแสง 3 คิด ทำ กิน ที่ TCDC

ผลงานที่ชอบ


ผลงานการออกแบบของพงศ์ภัทร เผือกวัฒนะ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ นำเสนอสื่อวีดีทัศน์สารคดีสั้น

เรื่อง Post Rock A Documentary Film ในบูธมีการจัดวางตัวอักษรชื่องานอย่างเรียบง่าย

มีกีต้าร์ไฟฟ้าตั้งอยู่ข้างๆโทรทัศน์อยู่หนึ่งตัว หูฟังสำหรับสองคน 


สารคดีเริ่มต้นด้วยการ การสัมภาษณ์ผู้รู้ในวงการเพลงหลายท่าน ทั้งดีเจ นักดนตรีและเจ้าของค่ายเพลง

โดยฉายบทสัมภาษณ์สลับกับภาพการบรรเลงเพลงโดยวงดนตรี มิวสิควีดีโอ และภาพของบรรยากาศตาม

ธรรมชาติที่เข้ากับท่วงทำนองเพลง สารคดีจบด้วยการเปิดเพลงบรรเลง ที่ทำให้คนดูรู้สึกประทับใจ


เนื่องด้วยข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในผู้เสพงานดนตรีโพสต์ร็อค ข้าพเจ้าจึงเข้าใจและรับรู้ได้ถึงความรู้สึกและความตั้งใจที่

เจ้าของผลงานใส่ใว้ในงาน อีกทั้ง็เป็ผลงานยังมีความลงตัวในด้านการตัดต่อ ลำดับภาพและเสียง มีมุมกล้องที่สวยงาม

อารมณ์ของดนตรีที่สะท้อนออกมาจากภาพ ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่ข้าพเจ้าประทับใจที่สุด

ในบรรดาผลงานทั้งหมดในงานปล่อยแสง 3




ผลงานการออกแบบของภาพแพรว รัตรสาร จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
นำเสนอสื่อประสมระหว่างเว็บเพ็จและอินเทอแอ็คทีฟ หัวข้อ ตัวพิมพ์ ว่าด้วยเรื่องราวของตัวโน็ตทางดนตรี
และตัวพิมพ์ไทย ที่ถูกแทนสัญลักษณ์ด้วยเสียง ในบูธมีป้ายชื่องานและคำอธิบายธีมงานติดอยู่
ด้านล่างเป็นคอมพิวเตอร์ที่เว้นที่ไว้สำหรับผู้ชม สามารถใช้เม้าท์เล่นคอมพิวเตอร์ได้ และหูฟังสำหรับหนึ่งคน

หน้าแรกจะเป็นรูปสัญลักษณ์ทางดนตรีบนบรรทัดห้าเส้น เมื่อนำเม้าท์ไปวางที่รูปสัญลักษณ์
จะปรากฎแถบคำอธิบายต่างๆ เมื่อคลิกเข้าไปจะมีข้อมูล มีวิธีใช้คล้ายกับเว็บเพ็จ ยกตัวอย่างข้อมูล
เช่น ขนาดและลักษณะของตัวอักษรสามารถนำมาแทนลักษณะของเสียงดนตรีได้ อย่างตัวอักษรจีน
อาจมีเสียงเป็นเครื่องดนตรีจีน หรือ ตัวอักษรแบบบาง อาจมีเสียงทางดนตรีที่เบา เป็นต้น บางหน้าของเว็บสามารถ
ให้เราเล่นไปกับจังหวะการวางตัวอักษรและเสียงที่เกิดขึ้น หรือ ฟังเพลงบรรเลงจากตัวอักษรตระกูลต่างๆกัน
และมีเสียงสัมภาษณ์เรื่องตัวอักษรจากนักออกแบบอักษรและนักออกแบบกราฟิกด้วย

ข้าพเจ้าชอบผลงานชิ้นนี้เพราะ เป็นเรื่องน่าสนใจ ที่ผู้ออกแบบนำของสองอย่างที่ต่างกันมาก มาผสมผสาน
และหาจุดที่พอจะเชื่อมของสองอย่างนี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว มีกระบวนการคิดงานอย่างมีที่มาที่ไป เป็นศิลปะประยุกต์
ที่ให้แนวทางใหม่ๆทางศิลปะ ข้าพเจ้าเคยเห็นผลงานที่เกี่ยวกับตัวโน็ตมาบ้าง และผลงานนี้ก็เป็นหนุ่งในงานที่ลงตัว
สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้า อยากที่จะทำผลงานที่ดีต่อไป

ผลงานการออกแบบของวิพาสน์พร ศรีพุ่ม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
นำเสนอการออกแบบผลิตภัณฑ์จากซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์
ภายใต้หัวข้อ Electronic Waste Is Not Quite ‘Waste’

ในบูธมีป้ายชื่องานพร้อมซากอุปกรณ์จากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเลคทารนิกส์สีขาวติดรวมๆกันบนผนัง

ด้านล่างจัดวางเครื่องประดับหน้าตาประหลาดที่ทำจากชินส่วนภายในของซากเครื่องใช้เหล่านั้น


เครื่องประดับที่นำเสนอมีทั้งกำไลข้อมือ แหวน หรือสร้อยคอที่ล้วนมาจากอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์

ทำให้รูปร่างของเครื่องประดับมีหน้าตาแปลกออกไป ด้านล่างเครื่องประดับจะมีป้ายกำกับว่า

แต่ละชิ้นมาจากซากวัสดุที่เป็นอันตรายและอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษได้อย่างไร


จากทรวดทรงที่แปลกตาทำให้ข้าพเจ้าประทับใจและอยากจะมีเครื่องประดับเหล่านี้ไว้ใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง

จากของที่เป็น ‘ซาก’ อีกทั้งยังจัดเป็นของที่เป็นขยะมลพิษที่ล้นโลก ถูกนำมาผสมผสานให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ

นำเสนอในรูปแบบของเครื่องประดับ นอกจากจะเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่แล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าอีกนัยหนึ่ง

ผู้ออกแบบอยากจะบอกว่า ขยะเหล่านี้ มีมากจนสามารถเอามาทำเป็นเครื่องประดับที่มนุษย์ใช้ตกแต่งตนเองได้แล้ว

ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะเครื่องประดับในโลกใบนี้ มีหลากหลายมาก หากขยะอิเลกทรอนิกส์นี้

มีจำนานมากเท่าเครื่องประดับจริง ก็นับเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าต่อไปในอนาคต

โลกใบนี้ จะดำรงค์อยู่ได้อีกนานเท่าไรกัน

Cotton USA T-Shirt Design

ฝ้ายปลิ้ว


แนวความคิด คือ ดอกฝ้ายที่ปลิ้วไปตามกระแสลม จะให้ความรู้สึกบางเบาและปลอดโปร่ง

ความรู้สึกนี้ เราก็สามารถสัมผัสได้เวลาที่ใส่เสื้อผ้าฝ้ายเหมือนกัน

จึงเลือกใช้ คว่า 100% Cotton มาผสมกับลักษณะการปลิ้วของเส้นใยดอกฝ้าย

ให้รู้สึกถึงธรรมชาติความเป็นฝ้ายมากที่สุด

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ฟิกเกอร์ #5 หมู่บ้านคนแบน

โครงการใหญ่สุดของคลาสนี้ คือ ทำชุดฟิกเกอร์จากอะไรก็ได้ที่เป็นเซท
ตัวละครแต่ละตัวมีที่มาที่ไป มีอาณาจักรให้อยู่

เราอยากทำเมืองที่ทุกคนหน้าตาไม่เหมือนใคร ไม่เอาแบบน่ารักด้วย
เลยทำเมืองของคนหน้าตาแย่ๆดีกว่า ถนัดอยู่แล้ว

นี่ไงๆ เมืองแบนของเรา

ขอแนะนำ ตัวเอก
คุณมะระ เลี้ยงนกคู่ใจอยู่ตัวหนึ่งชื่อ ก๊าบๆ
มะระใฝ่ฝันอยากเต้นพริ้วได้อย่างนักบัลเล่ต์
ถึงจะใส่ชุดและรองเท้าแบบนักบัลเล่ต์หญิง
แต่มะระเป็นผู้ชายนะ อย่าเข้าใจผิด



คนต่อไป
ป้าน้ำตาลกรวด เรียกสั้นๆว่าป้ากรวด
เปิดร้านขนมอยู่ในหมู่บ้าน เป็นโรคตื่นคน
ถ้ามีใครเดินมาซื้อของจะรีบเก็บร้านทันที
แต่ขนมป้าอร่อยมาก คนจึงแวะเวียนมาให้ป้าผวาบ่อย



คนที่สาม
เด็กชายทุเรียน ชอบเตะตะกร้อ
หมั่นฝึกซ้อมทุกวัน เพื่ออนาคตจะได้เป็น
นักเตะในตำนานของหมู่บ้าน



คนที่สี่
ลุงสี่คิ้ว เกษตรกรของหมู่บ้าน อดีตนักเรียนทุนญี่ปุ่น
ผู้คลั่งไคล้ขบวนการโกโกไฟว์! พยายามผสมผสานวัฒนธรรม
ความเป็นไทยกับญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน อย่างไม่ค่อยลงตัวนัก



ตัวที่ห้า
หมาของลุงสี่คิ้ว ชื่อหงิด มีหางเหมือนหางกระต่าย
ชอบกินผักใบเขียว เป็นหมาตำรวจผู้ดูแลเมือง
แอบชอบก๊าบๆ นกของมะระอยู่เงียบๆ



แถมให้ ภาพปาปารัสซี่ของก๊าบๆ ที่หงิดฝาก
ลุงสี่คิ้ว ให้ถ่ายให้



ตอนไปเสนออาจารย์ เราทำเป็นดินน้ำมันปั้น แล้วจะทำเปเปอร์มาเช่ให้มันแข็งแรงขึ้น
แต่พอทำแล้ว เสียเวลาเปเปอร์มาเช่มาก หลังจากไปเดินเล่นรอบๆห้องเรียนหนึ่งรอบ
เจอจุดประกาย วิธีการทำแบบใหม่ให้เร็วขึ้น ท๊าดา...ใช้ดินญี่ปุ่น เย็นวันนั้น กลับไป
ซื้อเลย กิโลนึง นั่งปั้นรอแห้งๆเลย เยี่ยม! (จะได้เจียดเวลาไปทำวิชาอื่นบ้าง)

ทิ้งไว้สอง สามวันก็แห้งแล้ว แต่ชุดตุ๊กตาของเราเป็นตัวแบนๆหมดเลยนะ
เหมือนขนมปังขิงน่ะ แต่หน้าตาไม่น่ารักเท่า ก็ตลกดี หมาก็แบน ผักก็แบน
ลูกบอลก็แบน ประชาชนที่อาศัยในอาณาจักรก็แบนกันทั้งเมือง


เราใช้สีอะคลิลิกระบาย ทำอยู่นาน เพราะชิ้นส่วนมันเล็กมาก โดยเฉพาะอมยิ้ม
ทำส่งเกือบไม่ทันแหนะ มัวแต่โมร้านป้ากรวดอยู่ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่มาช่วยจ้ะ
พอส่งเสร็จ เราก็อุทิศมะระให้กับคณะ T_T ลาก่อนมะระ นายได้ทำหน้าที่ของนายแล้ว

ฟิกเกอร์ #4 คุณเฉื่อย ผู้แสนขี้เกียจ

โจทย์ครั้งนี้คือ ทำฟิกเกอร์อะไรก็ได้ที่เป็นคอนเทมพอเรรี่ที่สะท้อนวัยรุ่นไทย
และสามารถนำไปวางไว้ในที่ๆคนพลุกพล่านได้ (ประมาณนี้ โจทย์เต็มๆจำไม่ได้)
ตอนแรกนึกว่าต้องทำด้านดีๆ ไปเสนอแล้วอาจารย์บอกด้านไหนก็ได้
กลับมานั่งนึกดู วัยรุ่นเนี่ย ด้านลบนึกได้มากกว่าด้านดีซะอีก

เราเลือก "ความขี้เกียจ" มาเป็นหัวข้อ
เราอยากทำฟิกเกอร์ที่รู้สึกหยุ่นๆ ดูหนึบๆ หนืดๆ

ตอนแรกอาจารย์แนะนำว่าให้ใช้เยลลี่ทำ แต่คงยากเพราะขนย้ายลำบาก
ต้องทำแม่พิมพ์ นึกไปนึกมา จากซิลิโคนเลยไปจนถึงกาว กาวนี่แหละเยี่ยมเลย
หลังจากปิดเทอม กลับมานั่งปั่นเลย ซื้อกาวลาเท็กขวดเบิ้มมาเลย
ขึ้นโครงด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ปั้นทากาว อัดกับขวดน้ำเปล่าแบบหกลิตร
ทิ้งไว้จนแห้ง ถอดออกมาก็ทำแขนด้วยกระดาษปั้น เปเปอร์มาเช่รอบๆตัวให้ผิวเรียบ
รอจนแห้ง แล้วเอากาวลาเท็กผสมสีโบะลงไปเลย
เทคนิคใหม่ๆที่ได้คือโบะแล้ว รีบเกลียบให้เรียบ พยายามอย่าแตะมาก
มันจะไม่เรียบ ทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมงก็เติมหน้าตาได้เลย

นี่แหละ ตัวขี้เกียจ





เห็นหน้ากันชัดๆแล้ว รู้สึกเฉื่อยๆกันบ้างมั้ย?

ฟิกเกอร์ # 3 ฉันมาจากขยะ

สนุกมากอาทิตย์นี้ มีการเอาขยะที่เก็บสะสมมาทั้งอาทิตย์ มากองรวมกัน
แล้วก็จับฉลากเอาขยะที่จัดไว้ไปทำฟิกเกอร์ ขวัญจับได้กล่องน้ำหอมแบบยาว
รูปร่างคล้ายๆกล่องแปรงสีฟัน ฝาแบรนด์ จุกปลายไม้แขวนเสื้อ ลูกโป่ง และกระดิ่งเล็กๆ


ทันทีเลย ที่เห็นกล่องน้ำหอม ทดไว้ในใจเลยว่า จะทำเป็นปากงับๆแบบตุ๊กตาพัพเพ็ต
จุกปลายไม้แขวนเสื้อก็พอดีเลย เป็นฟันได้ ได้ลูกโป่งมาอีก ต้องมาเป่าแน่นอน ฝาแบรนด์
ก็ให้เป็นตา แต่กระดิ่งไม่ได้ใช้ทำอะไร
พอดีวันนั้น เราโด๊ปแบรนด์มา เลยมีกล่องแบรนด์ติดมาด้วย
มีประโยชน์มาก! เพราะขวัญเลยเติมเข้าไป ทำเป็นหนวดทั้งสองข้าง
ตัวนี้ทำเปเปอร์มาเช่ทั้งหมดเลย ฝาแบรนด์ทำยากมาก โค้งเยอะ

เลยให้ฟิกเกอร์ตัวนี้เป็นฟิกเกอร์ฟันหลอเพราะเคี้ยวหมากฝรั่ง
แถมเรา(ผู้เล่น)ยังเป่าลูกโป่งได้อีกด้วย เท่ห์มาก ปฎิบัติ!










ฟิกเกอร์ #2 บาร์บี้แมลงสาบอวกาศ

งงหน่อยกับงานชิ้นนี้ เพราะห่างหายไปนานกับการได้สัมผัสตุ๊กตาบาร์บี้
เลยงงเลย ไม่รู้จะทำไงต่อ เห็นหน้าตุ๊กตาแล้ว...กลัว
ทำให้นึกถึงเรื่อง หนูอยากกลับบ้าน สมัยเด็กๆ

หัวข้อคือ การดัดแปลง เพิ่มเติม บาร์บี้ให้เข้ากับธีมที่เราเลือกเอง
แน่นอนเลย เราเลยเลือกธีมแมลงสาบ หลายคนผง่ะ
แต่จะว่าไปจริงๆแล้ว แมงสาบมันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก
บาร์บี้แแมลงสาบเราเป็นแมลงสาบอวกาศด้วยนะ (ขาเรียวมาเชียว)

เราเติมปีกกับเสาอากาศของแมลงเข้าไปด้วย
ปีกทำจากฟิวเจอร์บอร์ด ส่วนตัวอ้วนๆเอากระดาษขย้ำปั้นแล้วแปะเพิ่มเข้าไป
แล้วทำเปเปอร์มาเช่ให้ผิวเรียบ ลงสีขาวรองพื้นแล้วก็ลงสีจริงเลย





ฟิกเกอร์ #1 คุณมอด

งานแรกของวิชา คือเรียนเทคนิคการทำฟิกเกอร์จากผ้าสองชิ้นประกบกัน
เราเลยทำฟิกเกอร์คุณมอด ตัวที่ชอบแอบมากินเมล็ดข้าวสารในถัง

มีปัญหานิดหน่อยตอนเย็บแขนคุณมอด เลยออกจะเป๋ๆ
แต่เอาเถอะ ยังไงแล้ว คุณมอดของเราก็อ้วนพี น่ารัก อย่างที่คิดไว้เลย เย่!
(แถมสะพายข้างได้ด้วยนะ)

(แถมอีก! ตอนถ่ายรูปคุณมอดคู่กับข้าวหอมมะลิ
ในข้าวดันมีเหล่ามอดตัวจริงวิ่งวนเต็มเลย
เพื่อนๆคุณมอด อยากออกกล้องกันเยอะแยะ)